คําปราศรัยในการประชุมเพื่อเตรียมการจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ – ปิยบุตร แสงกนกกุล

วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม 2561
ยิมเนเซียม 5 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต

ปิยบุตร แสงกนกกุล

มาเถิดมวลประชา ไม่ว่าเธอจะท่องเที่ยวอยู่ ณ หนใด
ต้องยอมรับว่า สายน้ํารอบๆ ตัวของเธอได้เพิ่มมากขึ้น
และยอมรับเถิดว่า ในไม่ช้า เธอจะถูกท่วมจนเข้าไปในกระดูก
หากเวลาของเธอมีค่าควรจะสงวนไว้
เธอควรเริ่มต้นว่ายมัน
มิฉะนั้นเธอจะจมลงเหมือนดั่งหินก้อนหนึ่ง
เพราะ กาลเวลา… มันคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลง

นี่คือคำแปลของท่อนหนึ่งในบทเพลงที่ชื่อว่า The Times They Are A-Changin’ ของ Bob Dylan ซึ่งประพันธ์ขึ้นในปี 1963

ใช่ครับ กาลเวลา คือ สิ่งที่เปลี่ยนแปลง

แล้วกับประเทศที่อยู่ในความขัดแย้งทางการเมืองอย่างร้าวลึกมากว่าทศวรรษ ประเทศที่รัฐประหารซ้ำซากฉีกรัฐธรรมนูญทุกๆ 4 ปีประเทศที่กองทัพฉวยโอกาสเข้าครองอํานาจอยู่เสมอในยามที่บ้านเมืองมีวิกฤต ประเทศที่ผู้คนรู้สึกหดหู่สิ้นหวังไร้ทางออก 

ประเทศแบบนี้จะเปลี่ยนแปลงได้หรือ

หากเราเชื่อว่ากาลเวลาคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงและเวลาอยู่ข้างเราแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่ก็คือการตัดสินใจมุ่งมั่นและลงมือทำเพื่อเปลี่ยนแปลง

พวกเรา ชาวอนาคตใหม่เห็นพ้องต้องกันว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีพลังใหม่เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นใน ระบอบประชาธิปไตยให้กลับคืนมาอีกครั้ง และนําพาประเทศออกจากภาวะวิกฤติ พวกเราจึงรวมตัวกันริเริ่ม ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ เพื่อความหวังในการกลับสู่ประชาธิปไตย เพื่อเปลี่ยนแปลงและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่ ดีกว่าที่เป็นอยู่ และเพื่อปรับภูมิทัศน์การเมืองไทยให้ดีขึ้น 

การเมืองแบบใหม่ที่พรรคอนาคตใหม่จะดําเนินการเป็นอย่างไร? เรายึดหลักสามประการ

ประการแรก  พรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคการเมืองที่มุ่งทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์

พรรคอนาคตใหม่มุ่งนําเสนอนโยบายก้าวหน้า กระจายอํานาจ ทลายการผูกขาดทางเศรษฐกิจ และ เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงทุน ทรัพยากร และสวัสดิการ นโยบายของพรรคเกิดจาก หนึ่ง การวิเคราะห์วิจัย ทางวิชาการ สอง การมีส่วนร่วมของประชาชน รับฟังปัญหาในแต่ละพื้นที่ สาม การศึกษาเปรียบเทียบตัวแบบ จากหลายประเทศ 

พรรคอนาคตใหม่มองพรรคการเมืองอื่นเป็นคู่แข่ง มิใช่ศัตรูทางการเมือง เมื่อเป็นคู่แข่ง เราจะแข่งขัน กับพรรคอื่นเพื่อเอาชนะใจประชาชน ไม่จําเป็นต้องทำลายล้างกันโดยไม่เลือกวิธีการ

พรรคอนาคตใหม่จะขีดเส้นแบ่งการเมืองเก่ากับการเมืองใหม่ให้ชัด การเมืองที่ใช้อํานาจรัฐและอิทธิพลดูดนักการเมืองให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรค การเมืองที่ใส่ร้ายป้ายสีสาดโคลนทำลายล้างกันทางการเมืองโดยไม่คํานึงถึงวิธี การการเมืองที่ใช้เงินใช้หัวคะแนนการเมืองที่จ้องแต่จะมีตําแหน่งมีอํานาจโดยไม่คํานึงถึงอุดมการณ์ ทั้งหมดนี้คือการเมืองเก่า 

ยิ่งพรรคใดกลุ่มใดคนใดทำการเมืองแบบนี้เส้นแบ่งการเมืองเก่ากับการเมืองใหม่ก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อชัดเจนขึ้นประชาชนก็เป็นผู้เลือกตัดสินใจว่าต้องการอยู่กับการเมืองเก่าหรือการเมืองใหม่     

ประการที่สองพรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคการเมืองที่ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งหรือคนไม่กี่คนเป็นเจ้าของ เป็นพรรคการเมืองที่สมาชิกทุกคนเป็นเจ้าของพรรคร่วมกัน

ความเป็นเจ้าของของคนทุกคนแสดงออกผ่านการมีส่วนร่วมของสมาชิกพรรค ทั้งในแง่การระดมทุน และการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

ในส่วนของการระดมทุนจากสมาชิกและผู้สนับสนุนเราจะเดินทางไปทั่วประเทศเราจะจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบเพื่อระดมทุนเมื่อเงินของพรรคมาจากคนทุกคนความสัมพันธ์ระหว่างพรรคกรรมการบริหารพรรคสมาชิกพรรคจะไม่ตั้งอยู่บนฐานของผู้ให้ผู้รับ” “เจ้านายลูกน้องแต่ทุกคนต่างเป็นหุ้นส่วนเป็นเจ้าของพรรคร่วมกันผู้บริหารพรรคไม่กี่คนไม่อาจกําหนดความเป็นไปของพรรคได้ตามลําพังผู้บริหารพรรคไม่กี่คนไม่อาจกําหนดตัวผู้สมัครสสได้ตามอําเภอใจ

เงินที่ได้จากการระดมทุน รายรับ รายจ่าย จะถูกนํามาเปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อสร้างความโปร่งใสและ เปิดโอกาสให้สังคมตรวจสอบได้     

เมื่อสมาชิกทุกคนร่วมเป็นเจ้าของ พวกเขาก็ย่อมมีอํานาจในการตัดสินใจ มีส่วนร่วมในการกําหนด ทิศทางของพรรค ดังนั้น เราจึงออกแบบโครงสร้างและการดําเนินการโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักการ ประชาธิปไตย การมีส่วนร่วม และการกระจายอํานาจ 

ที่ประชุมใหญ่ของพรรค ประกอบไปด้วยสมาชิกพรรคที่เป็นตัวแทนในพื้นที่ ตัวแทนในเขตเลือกตั้ง ต่างๆ โครงสร้างของที่ประชุมใหญ่เช่นนี้จะแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมของสมาชิกทั่วประเทศ ไม่ใช่ผูกขาด เฉพาะสมาชิกพรรคที่ดํารงตําแหน่งทางการเมือง หรือเป็นแกนนําเท่านั้น   

คณะกรรมการบริหารพรรค ประกอบไปด้วยสองส่วนหลักๆ ได้แก่ กรรมการที่มาจากการคัดเลือกของ หัวหน้าพรรค และกรรมการที่มาจากการเลือกของที่ประชุมใหญ่โดยคํานึงถึงการกระจายอํานาจตามภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ นอกจากนี้เรายังให้ความสําคัญกับแรงงานและเยาวชน คนรุ่นใหม่ จึงมีกรรมการบริหารพรรคที่ผู้ใช้แรงงานและเครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่เลือกมา เรายังมีกรรมการ อีกสองตําแหน่ง ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกกันอย่างอิสระ การคัดเลือกกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดนี้ต้องคํานึงถึง ความเท่าเทียมกันระหว่างเพศสภาพและเพศวิถี 

การคัดเลือกบุคคลลงสมัคร.. ก็เช่นกันพรรคอนาคตใหม่จะไม่ใช้วิธีที่หัวหน้าพรรคหรือผู้บริหารพรรคไม่กี่คนส่งคนของตัวเองมาลงสมัครโดยไม่สนใจเครือข่ายในพื้นที่เราจะไม่ยอมให้มีระบบมุ้งระบบวังที่ขึ้นกับหัวหน้ามุ้งหัวหน้าวังเราจะไม่ยอมให้บรรดาผู้ใหญ่ในพรรคทุบโต๊ะส่งคนของตนเองลงสมัครแล้วถีบเอาคนที่ทeงานในพื้นที่จริงจังไปไว้ที่อื่นบรรดาผู้สมัครของพรรคจะต้องทำงานกับเครือข่ายในพื้นที่และได้การยอมรับจากสมาชิกในพื้นที่

นอกจากนี้ เรายังสร้างระบบประชาธิปไตยทางตรงในพรรค สมาชิกพรรคมีสิทธิในการเข้าชื่อเสนอร่าง กฎหมายและข้อเสนอแนะต่างๆ สิทธิในการเข้าชื่อเพื่อขอถอดถอนกรรมการบริหารพรรคออกจากตําแหน่ง สิทธิในการเข้าชื่อเพื่อขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญ สิทธิในการเข้าชื่อเพื่อขอจัดให้มีการออกเสียงประชามติ ภายในพรรค สิทธิในการออกเสียงประชามติภายในพรรค

ประการที่สามพรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคการเมืองที่มุ่งทำงานการเมืองระยะยาว

พรรคอนาคตใหม่ไม่ใช่พรรคการเมืองเฉพาะกิจที่มุ่งหมายทำงานเฉพาะการเลือกตั้งเป็นครั้งๆไป

แน่นอน การเลือกตั้งเป็นพื้นที่สําคัญในการรณรงค์ทางการเมือง การเลือกตั้งเป็นกลไกสําคัญในการทำให้พรรค อนาคตใหม่ได้เข้าสู่อํานาจรัฐเพื่อผลักดันนโยบายให้เกิดผล แต่การเลือกตั้งไม่ใช่ทั้งหมดของการเมือง

พรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคการเมืองที่มีชีวิตตลอดเวลา เราจะไม่ขยันกระตือรือร้นทำงานช่วงฤดูกาล เลือกตั้งเท่านั้น แต่เราจะทำงานต่อเนื่องไม่มีวันหยุด เมื่อมีการเลือกตั้ง พรรคอนาคตใหม่ จะส่งผู้สมัครให้ครบ ทุกเขต จะทำงานรณรงค์ทางการเมืองอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อเข้าไปมีอํานาจแล้วใช้อํานาจนั้นในการ เปลี่ยนแปลงประเทศ เราต้องการมีอํานาจ ไม่ใช่เพื่อมีอํานาจ แต่เราจําเป็นต้องมีอํานาจ เพื่อคืนอํานาจให้ถึงมือ ประชาชน

เมื่อเลือกตั้งแล้ว สมาชิกที่เป็นผู้แทน สมาชิกที่เป็นรัฐมนตรี ก็ปฏิบัติหน้าที่ไป ส่วนพรรคอนาคตใหม่ก็ ต้องทำงานอย่างต่อเนื่อง เราจะจัดหลักสูตร “ตลาดวิชา” เพื่อเผยแพร่ความรู้และหลักการประชาธิปไตย เรา จะจัดงานศิลปะวัฒนธรรม เพื่อเปิดพื้นที่ให้กับศิลปินทุกแขนงได้แสดงออก เราจะสร้างที่ทำการพรรคที่ทันสมัย และเป็นมิตรต่อทุกคน มีพื้นที่สําหรับการใช้สอยร่วมกัน เราจะจัดกิจกรรมให้กับเยาวชน นิสิต นักศึกษา ได้เข้า มาพบปะพูดคุยกัน

พรรคอนาคตใหม่จะไม่ใช่ “กระดานหก” ที่ถีบให้สมาชิกไปดํารงตําแหน่งต่างๆเท่านั้น แต่พรรค อนาคตใหม่ คือ หน่วยทางการเมืองที่ทำงานทางการเมืองตามอุดมการณ์ ผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลง  ปัก ธงความคิดก้าวหน้าให้แก่สังคม

การชนะทางการเมืองไม่อาจชี้ขาดกันได้ที่จํานวน หากจํานวนเอาชนะได้จริงป่านนี้พรรคการเมืองใหญ่ในประเทศนี้ย่อมเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้ เช่นเดียวกันการเอาชนะทางการเมืองก็ไม่อาจชี้ขาดกันได้ที่กําลังทางอาวุธหรือกายภาพ หากกําลังอาวุธกําลังทางกายภาพเอาชนะได้จริงป่านนี้เผด็จการทหารในชื่อคสช. ย่อมทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ตามใจนึก 

ตรงกันข้ามการเอาชนะทางความคิดต่างหากที่จะทำให้เราชนะทางการเมืองได้ ดังนั้นพรรคอนาคตใหม่จึงให้ความสําคัญกับการทำงานต่อสู้ทางความคิด


นอกจากพรรคแล้ว ต่อไป เราจะก่อตั้งมูลนิธิและวิสาหกิจเพื่อสังคม

มูลนิธิทำหน้าที่อะไร

มูลนิธิจะทำงานอย่างอิสระเคียงคู่ไปกับพรรคอนาคตใหม่ สนับสนุนกิจกรรมของเยาวชนคนรุ่นใหม่ จัดหลักสูตรการศึกษาให้ความรู้และพัฒนาประชาธิปไตย สนับสนุนการค้นคว้าและวิจัยทาง วิชาการ สนับสนุนงานศิลปะและวัฒนธรรม ในแง่นี้ มูลนิธิจึงเสมือนเป็น “คลังสมอง” ผลิตความรู้และนโยบาย สร้างคนที่ยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน เป็นฟันเฟืองสําคัญในการทำงานทางความคิด

วิสาหกิจเพื่อสังคมทําหน้าที่อะไร

ในยามที่พรรคอนาคตใหม่ยังไม่ได้เป็นรัฐบาล นโยบายที่เราคิด สามารถนํามาทดลองปฏิบัติได้ผ่านวิสาหกิจเพื่อสังคม ในแง่นี้ วิสาหกิจเพื่อสังคมจึงเสมือนเป็น “ห้องทดลอง ทางนโยบาย”

วิสาหกิจเพื่อสังคมยังทำหน้าที่สร้างความสัมพันธ์กับเครือข่ายในพื้นที่ ให้สมาชิกในเครือข่ายต่างๆได้ เข้ามีส่วนร่วมในการทำงาน ประชาชนในพื้นที่จะไม่อยู่ห่างจากพรรค ประชาชนจะไม่ใช่เป็นเพียง “ผู้ลงคะแนน” หรือ Voters เท่านั้น แต่ประชาชน คือ หุ้นส่วนของเรา เพื่อนของเรา ที่จะเดินไปด้วยกัน ความสัมพันธ์ระหว่างพรรค ผู้สมัครในนามพรรค และประชาชนในพื้นที่ จะไม่ได้ผูกพันกันด้วยระบบอุปถัมภ์ แบบ “พวงหรีด เงินทำบุญ งานบวช งานศพ งานแต่งงาน” แต่เราจะผูกพันกันด้วยความเป็นหุ้นส่วน ความเป็นเพื่อนที่ทำงานด้วยกันผ่านวิสาหกิจเพื่อสังคม

ทั้งหมดนี้คือแนวทางของพรรคอนาคตใหม่การดําเนินการตามแนวทางนี้จะทำให้พรรคอนาคตใหม่สามารถปักธงและชิงพื้นที่เพื่อเปลี่ยนภูมิทัศน์การเมืองไทยได้

การเมืองใหม่จะไม่ใช่การทำลายล้างศัตรูแต่การเมืองคือการสร้างสรรค์ ..นี่คือพรรคอนาคตใหม่

การเมืองใหม่จะไม่ใช่เรื่องสกปรกหรือใส่ร้ายป้ายสีแต่การเมืองคือความเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเป็นไปได้เสมอเมื่อคิดแล้วก็ลงมือทำ ..นี่คือพรรคอนาคตใหม่

การเมืองใหม่จะไม่ใช่การแก่งแย่งตําแหน่งเพื่อประโยชน์ส่วนตนแต่การเมืองคือการแข่งขันเข้าสู่อํานาจเพื่อทำประโยชน์ให้แก่ประชาชน ..นี่คือพรรคอนาคตใหม่

การเมืองใหม่จะไม่ใช่เรื่องของชนชั้นนําทางการเมืองไม่กี่คนเทคโนแครตผู้เชี่ยวชาญหรือข้าราชการเท่านั้นแต่การเมืองเป็นเรื่องของประชาชนประชาชนผู้ทรงอํานาจสูงสุดในการตัดสินใจ ..นี่คือพรรคอนาคตใหม่


ผมขออนุญาตที่ประชุมแห่งนี้เล่าถึงเรื่องส่วนตัวสักเล็กน้อยทำไมผมจึงตัดสินใจยุติอาชีพอาจารย์มหาวิทยาลัยและเปลี่ยนชีวิตมาก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่

หลังรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ผมเครียดหงุดหงิดและครุ่นคิดหนักขึ้นรู้สึกว่าประเทศนี้ไม่มีทางออกและดูท่าจะติดกับวิกฤติการณ์ครั้งนี้ต่อไปอีกนาน

ผมธนาธรและเพื่อนของเราอีกคนหนึ่งได้พูดคุยกันบ่อยครั้งเกี่ยวกับการสร้างทางเลือกใหม่ให้กับการเมืองไทยเราเห็นตรงกันว่าจําเป็นต้องมีพรรคการเมืองทางเลือกใหม่เกิดขึ้นเพื่อเป็นทางออกจากวิกฤติและทางออกจากเผด็จการ

เราสามคนพบปะพูดคุยกับคนจํานวนมากในฝ่ายประชาธิปไตย แทบทุกคนสนับสนุน แต่ก็เห็นกันว่า ยังไม่ถึงเวลาบ้าง เสี่ยงเกินไปบ้าง และยากที่จะประสบความสําเร็จบ้าง

กลางปี 2559 ผมรับทุนจากรัฐบาลฝรั่งเศส ไปค้นคว้าที่ปารีส 6 เดือน ผมใช้เวลาในช่วงนั้นศึกษา ค้นคว้าขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม และพรรคการเมืองทางเลือกใหม่ในยุโรป จนตกผลึกทางความคิดว่า ใน ยามวิกฤตที่ผู้คนเบื่อหน่ายกับการเมือง ปฏิเสธระบอบประชาธิปไตย ไม่เชื่อมั่นในการเลือกตั้ง จนหันไปหาขวา จัด ก็อาจเป็นโอกาสสําคัญในการเกิดขึ้นของพรรคการเมืองก้าวหน้าที่เป็นทางเลือกใหม่ขึ้นมา

ผมหมั่นอ่าน ค้น ติดตามเรื่องเหล่านี้ และโพสขายความคิดนี้ในเฟสบุ๊คบ่อยๆ

ผมกระทุ้งความคิดนี้กลับไปที่ธนาธรและเพื่อนของเราอีกคนหนึ่งเพื่อยืนยันว่าถึงเวลาต้องทำทางเลือกใหม่อย่างเป็นรูปธรรมหากไม่มีใครมาช่วยทำมาช่วยนําเห็นทีเราสามคนน่าจะลงมือทำกันเอง

เราสามคนตัดสินใจแล้วว่า ทำแน่

เหลือปัญหาอีกประเด็นเดียวที่ต้องขบคิด คือ พรรคการเมืองนี้จะลงเลือกตั้งในครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญ 2560 หรือไม่?

ผมชี้แจงว่าระบบกฎหมายที่คสชกําหนดไว้จะเป็นอุปสรรคที่สําคัญอย่างยิ่งในการทำพรรคการเมืองไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนอันวุ่นวายยุ่งเหยิงระเบียบยิบย่อยจับผิดจนมันไม่น่าใช่กฎหมายพรรคการเมืองแต่เป็นกฎหมายควบคุมพรรคการเมืองกฎหมายตํารวจพรรคการเมืองมากกว่า

กฎหมายไม่อํานวยก็เรื่องหนึ่งแต่อย่างที่ทุกคนทราบดีว่าการเมืองไทยโหดร้ายเอากันถึงตายเอากันถึงคุกยึดทรัพย์ตัดสิทธิเนรเทศขับไล่นี่สิที่น่าหนักใจกว่า

ธนาธรเป็นคนเคาะว่า หยุดเทศกาลปีใหม่ ให้แต่ละคนกลับไปคิดกัน แล้วกลับมาตัดสินใจครั้งสุดท้าย ผมเดินทางไปเยี่ยมภรรยา และแจ้งถึงเรื่องนี้ให้เธอทราบ เธอบอกผมว่า ให้ผมตัดสินใจได้เลย ไม่ต้อง เอาประเด็นเรื่องของเธอมากังวลใจ

หากผมตัดสินใจทำพรรคการเมืองจริง ผมคงมีเวลาเดินทางไปหาเธอได้น้อยลง แผนการที่วางไว้ในปี 2562 ก็ต้องพังลง และเมื่อไปทำการเมือง เราจะมีเวลาสนทนาเรื่อง “วิชาการ” เรื่อง “ความรู้” ได้น้อยลงกว่าเดิม ผมต้องเอาสมองไปคิดเรื่อง “การเมือง” จนไม่มีเวลาให้กับ “ปรัชญาการเมือง” และ “กฎหมายรัฐธรรมนูญ” บท สนทนาเกี่ยวกับ “ปรัชญาการเมือง” “สังคมก้าวหน้า” “กฎหมายรัฐธรรมนูญ” ที่สนุกสนานของเราสองคนก็จะ น้อยลงไป

ต้องขอบคุณภรรยาผมที่สนับสนุน เข้าใจ เสียสละ และช่วยเหลือผมมาโดยตลอด

ต้นเดือนมกราคม 2561 ผมธนาธรและเพื่อนอีกคนนัดคุยกันเพื่อตัดสินใจ

ธนาธรเป็นคนที่ยืนยันว่าไม่ต้องกังวลเรื่องข้อจํากัดทางกฎหมายข้อจํากัดทางเวลาอุปสรรคต่างๆขอให้ตัดสินจากจิตสํานึกเจตจํานงว่าจะทำหรือไม่ถ้าทำอุปสรรคทั้งหมดที่มีเราแก้ไขได้เผชิญหน้าเพื่อสู้กับมันได้

แล้วเราก็ได้มติตัดสินใจทำพรรคอนาคตใหม่เพื่อลงสนามในการเลือกตั้งครั้งที่จะมาถึงนี้

ธนาธรตัดสินใจละทิ้งธุรกิจที่กําลังไปได้สวยธุรกิจที่เขาสร้างขึ้นมายอมยุติชีวิตอันรุ่งโรจน์ในทางธุรกิจอาสาเข้าเสี่ยงภัยในชีวิตการเมือง

ผมตัดสินใจยุติชีวิตนักวิชาการชีวิตที่ผมมีอิสระเสรีภาพและมีความสุขทุกครั้งเมื่ออยู่กับมัน

สิบกว่าปีที่ผ่านมาผมได้ประกอบอาชีพที่รักมากที่สุดได้บรรยายได้อ่านเขียนค้นคว้าแต่วันนี้

ผมตัดสินใจทิ้งอาชีพที่ผมรักมากที่สุดหนังสือที่ผมซื้อสะสมไว้หลายพันเล่มผมคงมีเวลาอ่านมันน้อยลงความรู้ที่ผมมีอยู่ในสมองผมคงมีโอกาสถ่ายทอดให้นักศึกษาได้น้อยลงโครงการเขียนแปลหนังสือผมคงมีเวลาผลิตออกมาได้น้อยลงและแน่นอนที่สุดเสรีภาพทางวิชาการที่ผมมีคงจะต้องลดน้อยถอยลงไป   

เราทั้งคู่ตัดสินใจเดินหน้าร่วมกับชาวอนาคตใหม่สร้างพรรคอนาคตใหม่เพื่อทำการเมืองไทยให้ดีขึ้นเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ให้ดีขึ้นเราทราบดีว่างานครั้งนี้ยาวนานและเราทั้งคู่จะไม่กลับไปทำงานเดิมแต่จะมุ่งมั่นเดินหน้าไปกับพรรคอนาคตใหม่

ก่อนที่ผมจะเปิดตัวว่าตัดสินใจทำพรรคอนาคตใหม่ ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ในเวทีเสวนาที่สภา นักศึกษาจัดขึ้น มีนักศึกษาถามผมว่า พวกเขาจะทำอย่างไรในสถานการณ์ที่เป็นอยู่นี้

ผมตอบพวกเขาว่าเราอยู่ในบ้านหลังนี้เป็นบ้านที่เราอยู่อาศัยแล้ววันหนึ่งเรารู้สึกว่าบ้านหลังนี้ไม่ดีเราอยากเปลี่ยนบ้านสร้างบ้านใหม่แต่แล้วก็มีผู้ปกครองประจําบ้านเดินมาบอกว่าต้องทนอยู่ไปรื้อไม่ได้บ้านนี้สวยงามแล้วเราอึดอัดมากเราไม่อยากอยู่มันเหลือเพียงสองทางคือคุณก็ออกไปอยู่บ้านอื่นหรือทนอยู่ในบ้านหลังนี้ไปประเทศไทยเดินทางมาจนถึงจุดที่ให้เราได้เลือกเพียงอยู่เป็นกับหนีไปซึ่งผมคิดว่าไม่ใช่เรายังมีอีกทางหนึ่งนั่นคือเราจะอยู่ที่นี่ประเทศไทยเพื่อจะสู้กับผู้ปกครองประจําบ้านที่ยึดอํานาจอยู่ในบ้านแล้วบอกพวกเขาว่าบ้านนี้ไปต่อเช่นนี้ไม่ได้แล้วต้องเปลี่ยนบ้านสร้างบ้านใหม่

คําถามคําตอบในวันนั้น ทำให้ผมกลับมาคิดถึง วรรณกรรมเรื่อง “เมืองที่มองไม่เห็น” ของ Italo Calvino ตอนหนึ่ง มาร์โค โปโล ได้โต้เถียงกับกุบไลข่าน เกี่ยวกับ “นรก” มาร์โค โปโล กล่าวว่า

นรกของคนเป็นหากมีสักขุมก็ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นแต่เป็นสิ่งที่อยู่ตรงนี้เบื้องหน้าของเราแล้วเป็นนรกที่เราอาศัยอยู่ทุกวี่วันเราสร้างนรกขึ้นมาขณะที่เราอยู่ด้วยกันมีอยู่สองหนทางที่จะทำให้เราไม่เป็นทุกข์กับนรกหนทางหนึ่งนั้นง่ายสําหรับคนทั่วไปนั่นคือยอมรับนรกและกลายเป็นส่วนหนึ่งของนรกจนมองไม่เห็นนรกอีกต่อไปหนทางที่สองเสี่ยงอันตรายต้องตั้งใจและเรียนรู้อยู่ตลอดเวลานั่นคือพยายามแยกให้ออกว่าใครหรือสิ่งใดในใจกลางนรกที่ไม่ใช่นรกแล้วทำให้สิ่งที่ไม่ใช่นรกนั้นปรากฏมีพื้นที่และดํารงอยู่อย่างยั่งยืน

ชาวอนาคตใหม่ทุกท่านครับ ผมเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่า ระหว่างสองหนทางนี้ พวกเรา ชาวอนาคต ใหม่ได้เลือกหนทางที่สอง หนทางที่ยากเสี่ยงอันตรายต้องอดทนเรียนรู้ต่อสู้ใช้เวลา

แต่เป็นหนทางของคนไม่ยอมจํานน

เป็นหนทางของคนที่เชื่อว่ามนุษย์มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเป็นหนทางของคนที่เชื่อในความเป็นไปได้

พวกเรา ชาวอนาคตใหม่ จะไม่ยอมทนอยู่ในนรก 

พวกเราจะไม่ยอมถูกกลืนให้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของนรก 

แต่พวกเราจะทำให้สิ่งที่ไม่ใช่นรกปรากฏขึ้น และเบียดขับเข้าแทนที่นรก

ไม่มีหนทางใดที่เราจะออกจากนรกได้ นอกจากลงมือกําจัดมัน 

อนาคตใหม่ของประเทศไทยจําเป็นต้องมีคนที่กล้าหาญเสียสละพร้อมออกจาก “comfort zone” เพื่อลงมือเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ด้วยกัน

อยู่เป็นหรือหนีไปประเทศไทยจะต้องไม่เหลือทางเลือกเพียงสองทางนี้ให้กับผู้คน

แต่พวกเราชาวอนาคตใหม่ต้องอยู่เพื่อเปลี่ยนมัน

ชาวอนาคตใหม่ทุกท่านครับจากต้นเดือนมกราคมเรามี 3 คน .. มีนาคมเรามี 26 คนวันนี้เรามีสามพันคนและวันข้างหน้าเรามีจะมากขึ้นเรื่อยๆเป็นแสนเป็นล้านคนชาวอนาคตใหม่หลายล้านคนจะร่วมกันปักหมุดทางการเมืองเพื่อส่งเสียงว่า

ถึงเวลาแล้วที่พวกเราต้องร่วมมือกันยุติทศวรรษที่สูญหายได้เวลาเดินหน้าสู่อนาคตใหม่”   



ติดตามข่าวสารพร้อมเพื่อนๆ อีก 20,850+ คน


หมายเหตุ

เว็บไซต์ TheFutureWeWant.today เป็นเว็บไซต์ของแคมเปญ
The Future We Want ซึ่งเป็นศูนย์กลางการติดต่อ รับรู้ข้อมูลข่าวสาร และเปิดรับสมัครแนวร่วมที่ต้องการสร้างอนาคตใหม่ร่วมกัน

เว็บไซต์ของ พรรคอนาคตใหม่, การรับสมัครสมาชิกพรรค และนโยบายต่างๆ จะปรากฏเมื่อพรรคได้รับการอนุมัติในการจดจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว