บทเรียนจาก “ถ้ำหลวง” โอกาสในวิกฤต สู่อนาคต นวัตกรรมช่วยชีวิตมนุษย์

ต้องขอแสดงความยินดี กับน้อง ๆ 13 ชีวิต ทีมหมูป่าอคาเดมี ที่ได้ออกมาจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย และจะได้กลับบ้าน ไปอยู่กับครอบครัวที่เฝ้ารอคอยกว่า 17 วัน ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณ และ ชื่นชมจากใจจริง สำหรับทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจากรัฐบาล เอกชน รวมทั้งอาสาสมัคร ทั้งของไทยและนานาชาติ ที่ได้ทุ่มแรงกาย แรงใจ ทำให้ภารกิจนี้สำเร็จอย่างยอดเยี่ยม

โดยเฉพาะการเสียสละของ จ.อ.สมาน กุนัน ที่มาเป็นอาสาสมัครร่วมปฏิบัติการร่วมกับหน่วยซีล เป็นตัวอย่างของสปิริตแห่งการช่วยเหลือผู้อื่นที่ยิ่งใหญ่

ภารกิจกู้ภัยระดับโลก ณ ถ้ำหลวงครั้งนี้ นอกจากเรื่องราววีรกรรมความกล้าหาญแล้ว ยังมีบทเรียนในแง่มุมของนวัตกรรม ที่น่าจะนำมาต่อยอด ไม่ควรหยุดแค่ภารกิจครั้งนี้

ในแง่มุมนวัตกรรม เหตุการณ์ถ้ำหลวงครั้งนี้ ได้ดึงเจ้าพ่อนวัตกรรมระดับโลก เจ้าของบริษัทเทคโนโลยี spaceX และรถยนต์ไฟฟ้า Tesla อย่าง “อีลอน มัสก์” มาร่วมคิดช่วยเหลือด้วยตัวเอง จนออกมาเป็นนวัตกรรม “แคปซูลดำน้ำ”​ ขนาดเล็ก ซึ่งสร้างจากชิ้นส่วนท่อเชื้อเพลิงจรวด ที่ใช้เวลาพัฒนาเพียง 2 วันและนำมาส่งมอบให้ด้วยตัวเอง

แม้ว่าจะมีข้อถกเถียงว่า “แคปซูลดำน้ำ”​ ของอีลอน จะเหมาะสมกับภารกิจถ้ำหลวงหรือไม่ แต่อุปกรณ์นี้มีประโยชน์แน่ ๆ ในอนาคต โดยประเทศไทยควรอาสา ช่วย อีลอน มัสก์ ทดสอบและพัฒนาเครื่องมือนี้ร่วมกับทีมงานของเขา เพื่อทำให้ต้นแบบนี้มีความสมบูรณ์ขึ้นตามกระบวนการพัฒนาต้นแบบนวัตกรรม และสามารถนำไปใช้กับเหตุการณ์ที่อุปกรณ์แบบนี้จะเป็นประโยชน์ ในที่ต่าง  ๆ ทั่วโลก

แคปซูลดำน้ำ นวัตกรรมจาก อีลอน มัสก์
ขอบคุณภาพจาก blognone.com

ผลพลอยได้จากเรื่องนี้ อาจนำไปสู่ความร่วมมือด้าน เทคโนโลยีอวกาศ พลังงานทดแทน หรือ เทคโนโลยีล้ำยุคอื่น ๆ ในเครือข่ายของ “อีลอน มัสก์” ที่สามารถเกิดขึ้นได้จากวาระเหตุการณ์พิเศษครั้งนี้

ไม่แน่ใจว่าช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ช่วงที่ได้พบกับ อีลอน มัสก์ นอกจากบอกว่าให้ประเทศไทยเป็นบ้านหลังที่สอง ชวนมาลงทุนในอีอีซี และ บอกว่าจากที่คุยกันเขา (อีลอน มัสก์) ก็รักผม นั้น นายกรัฐมนตรีของไทยได้เห็นโอกาสที่จะสานสัมพันธ์กับ เจ้าของเทคโนโลยีล้ำยุคผู้นี้แค่ไหน

จากเจ้าพ่อเทคโนโลยีระดับโลก มาถึงเจ้าของเทคโนโลยีท้องถิ่น อย่าง “ทีมเครื่องสูบน้ำซิ่งพญานาค” จาก อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร และ จ.นครปฐม เป็นเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 360 แรงม้า เป็นกำลังหลักทำให้ระดับน้ำในถ้ำหลวงลดลง จนกระทั้งสามารถทำภารกิจช่วยเหลือ 13 ชีวิตได้อย่างปลอดภัย

สิ่งที่น่าแปลกคือ หน่วยราชการไทย ไม่มีเครื่องสูบน้ำ ประสิทธิภาพสูงที่คิดขึ้นเองในท้องถิ่นแบบนี้ใช้งานเลย หากทีมเครื่องสูบน้ำซิ่งพญานาค ไม่นำมาช่วยเหลือทีมหมูป่า เราก็คงไม่รู้ว่าในท้องถิ่น มีเทคโนโลยีที่สามารถจะเป็นกำลังสำคัญ ในการช่วยเหลือเกษตรกร ทั้งเรื่องชลประทาน และ ปัญหาอุทกภัย

ที่ผ่านมา ทีมเครื่องสูบน้ำต้องทำงานหารายได้จากการรับจ้างสูบน้ำเข้านา ได้ค่าเช่าเครื่องวันละ 10,000 – 15,000 บาท แบบนี้แล้ว จะเอาทุนที่ไหนมาพัฒนาต่อยอด หรือทำตลาดในวงกว้างหรือระดับนานาชาติ

เครื่องสูบน้ำพญานาค
ขอบคุณภาพจาก twitter @peachsy_

เรื่องนี้เป็นปัญหาคลาสสิคของนวัตกรรมไทยมาตลอด คือคิดอะไรขึ้นมาได้ ต้องหาทางทำให้เป็นธุรกิจเอง และที่สำคัญ ตลาดใหญ่อย่างราชการ ก็ยากที่จะสนใจซื้อนวัตกรรมของคนไทยไปใช้งาน เพราะติดเรื่องต้องเขียน TOR แบบที่บริษัทใหญ่ ๆ เท่านั้นถึงจะผ่านการพิจารณา

นอกจากนวัตกรรมด้านสิ่งประดิษฐ์แล้ว การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ก็มีบทบาทสำคัญในปฏิบัติการครั้งนี้

เทคโนโลยีการรสำรวจระยะใกล้อย่าง Remote Sensing มีบทาทตั้งแต่วันแรก ๆ เพื่อให้ทีมช่วยเหลือมีข้อมูลทางกายภาพ ของถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน และ ดอยผาหมี โดยที่นำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมากคือ แผนที่ 3D ของภูเขาและถ้ำ ทำให้ทีมงาน และ สื่อมีภาพจำลอง และ โมเดล ไว้สำหรับวางแผนและรายงานข่าว

เหตุการณ์ถ้ำหลวงในครั้งนี้ทำให้เรารู้จัก เทคโนโลยีเลเซอร์สแกน ที่สามารถทำรูป 3 มิติภายในถ้ำที่มืดมิดได้

อีกเรื่องที่อยากจะกล่าวถึงคือ เทคโนโลยีในการรายงานข่าวของสื่อ ขณะที่สื่อไทยส่วนหนึ่งออกจะหนักไปในแนว ดราม่า และ ปาฏิหาริย์ แต่สื่อต่างประเทศแสดงให้เห็นถึงการสื่อข่าว ด้วยข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นอินโฟกราฟฟิก ระบบถ้ำที่ซับซ้อน 3D แอนนิเมชั่น

อันที่จริง ในบ้านเราเองก็มีอินโฟกราฟฟิกดีไซด์ และแอนิเมเตอร์เก่ง ๆ อยู่ไม่ใช้น้อย ซึ่งจะดีมากถ้าสื่อไทยจะริเริ่มการทำงานแบบวารสารศาสตร์เชิงข้อมูล (data journalism) นำไปสู่การนำเสนอข่าวในมิติใหม่ ๆ ที่สร้างความเป็นเหตุเป็นผลให้กับสังคมมากขึ้น

เหตุการณ์กู้ภัยระดับโลกครั้งนี้ ได้สร้างบทเรียน องค์ความรู้ และ โอกาสที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับประเทศไทย

หากสามารถต่อยอดจากเรื่องที่เกิดขึ้น และเปิดมุมมองต่อเหตุการณ์ในหลากหลายมิติ การฟื้นฟูถ้ำหลวงเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก เป็นเรื่องที่คิดได้แน่ ๆ

แต่หากพลิกมุมมองสักนิด เรื่องนี้อาจพาประเทศเราพัฒนาแบบก้าวกระโดดได้อย่างแน่นอน



ติดตามข่าวสารพร้อมเพื่อนๆ อีก 20,850+ คน


หมายเหตุ

เว็บไซต์ TheFutureWeWant.today เป็นเว็บไซต์ของแคมเปญ
The Future We Want ซึ่งเป็นศูนย์กลางการติดต่อ รับรู้ข้อมูลข่าวสาร และเปิดรับสมัครแนวร่วมที่ต้องการสร้างอนาคตใหม่ร่วมกัน

เว็บไซต์ของ พรรคอนาคตใหม่, การรับสมัครสมาชิกพรรค และนโยบายต่างๆ จะปรากฏเมื่อพรรคได้รับการอนุมัติในการจดจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว