ดาวเทียมแบบไหนที่ไทยต้องการ

                                                                                                             ภาพกราฟฟิกจาก กูเกิ้ลเอิร์ธและองค์การนาซา

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏข่าวกระทรวงกลาโหมไทย มีแนวคิดด้านยุทธศาสตร์อวกาศ โดยการจัดหาระบบเครือข่ายดาวเทียมที่เรียกว่า ดาวเทียมไธอา : THEIA จำนวน 112 ดวง มูลค่า 2,850 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ หรือ ประมาณ 91,200 ล้านบาทไทย (ไม่รวมค่าจัดส่งสู่อวกาศ)

ข้อมูลที่ปรากฏในสื่อมวลชน โดยเฉพาะฝั่งผู้ออกมาเปิดเผยข้อมูล ได้พูดถึงคุณสมบัติของระบบดาวเทียมนี้ว่า มีศักยภาพในการตรวจจับและเก็บภาพทุกสรรพสิ่งบนพื้นผิวโลกและบนพื้นผิวประเทศไทยที่ความละเอียด 0.5 เมตรต่อครั้งต่อวินาทีตลอดเวลา 24 ชั่วโมง (86,400 ภาพทุก ๆ 24 ชั่วโมง)

เมื่อได้ทราบข้อมูลเบื้องต้น ผมเองเป็นผู้หนึ่งที่สนใจในเทคโนโลยี จึงไปลองหาข้อมูลมาว่า ระบบเครือข่ายดาวเทียมไธอา เป็นอย่างไรกันแน่ เป็นดาวเทียมจารกรรม อย่างที่ผู้ออกมาเปิดเผยข้อมูลกล่าวหรือไม่ และ มันเหมาะสมกับความต้องการด้านเทคโนโลยีอวกาศของไทย ทั้งมิติความมั่นคง และ เศรษฐกิจมากน้อยแค่ไหน

ข้อมูลเหล่านี้ค้นหาไม่ยากเลยจากอินเทอร์เน็ต โดยพบว่ามีเอกสารทางเทคนิคที่บริษัท Theia Holding A, Inc. ยื่นไปที่ องค์การ Federal Communication Commission-FCC พูดง่าย ๆ คือ FCC เป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านการสื่อสาร และ โทรคมนาคม ของสหรัฐอเมริกา ทำหน้าที่คล้ายกับ กสทช. ของไทย

โดยรายละเอียดเอกสารทางเทคนิค สรุปว่า ระบบเครือข่ายดาวเทียมไธอา เป็นดาวเทียมวงโคจรต่ำ โคจรสูงจากผิวโลก 800 กิโลเมตร มีจำนวนดาวเทียมในระบบ 112 ดวง ทำงานเป็นเครือข่าย

ระบบนี้จะให้บริการแก่ผู้ใช้ในแบบตามความต้องการ เป็นเรียลไทม์ และ สามารถสำรวจสภาพทางภูมิศาสตร์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งภาพนิ่ง และ วีดีโอ ทั้งแบบปกติ และ อินฟราเรท ซึ่งระบบดาวเทียมนี้ ตามแผนจะเริ่มสร้างในหว่างปี 2018 – 2022 โดยจะเริ่มยิงดาวเทียมดวงแรกสู่วงโคจรในปี 2020

ภาพวงโคจรของระบบเครือข่ายดาวเทียมไธอา

สรุปคือ ระบบเครือข่ายดาวเทียมนี้ เป็นดาวเทียมสำรวจ ซึ่งใช้งานได้ทั้งเรื่องสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ การเกษตร การพัฒนาประเทศ และความมั่นคง แต่ก็ไม่ได้แตกต่างจากระบบเครือข่ายดาวเทียมที่มีอยู่ในปัจจุบันในด้านภาพนิ่ง ที่เราใช้ทั่วไปบนโปรแกรมแบบกูเกิ้ลเอิร์ท แต่มีความสามารเพิ่มขึ้นมาคือด้านวีดีโอ

อย่างไรก็ตาม เอกสารนี้ไม่ได้ระบุว่า เป็นดาวเทียมที่ใช้ในทางการทหาร และ มีอุปกรณ์ดักฟังการสื่อสารแต่อย่างใด

นั่นคือ บริการภาพถ่ายจากระบบดาวเทียมนี้ สามารถจัดซื้อ จัดหาได้แบบธุรกิจทั่วไป ไม่ได้เฉพาะเรื่องความมั่นคง

แต่ที่น่าสนใจในข่าวดังกล่าวนี้คือ การตั้งงบประมาณในโครงการนี้ที่สูงถึง 91,200 ล้านบาท

ถ้าเปรียบเทียบกับ กูเกิ้ล ลงทุนกับโครงการดาวเทียม Skysat ของบริษัท Planet Labs, Inc. เพื่อหาดาวเทียวให้บริการภาพถ่ายทั่วโลก 60 ดวงเป็นเงินประมาณ 500 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ หรือประมาณ 16,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินน้อยกว่าเกือบ 6 เท่า

เหตุใดเราต้องใช้เงินภาษีลงทุน เป็นแสนล้าน เพื่อเป็นเจ้าของระบบเครือข่ายดาวเทียมสำรวจโลกระบบนี้

เทคโนโลยีอวกาศอะไรที่เราต้องการ ?

ประเทศไทยเป็นประเทศที่คนส่วนใหญ่ทำเกษตรกรรม ข้อมูลที่เราต้องการมากคือ ข้อมูลด้านอากาศ การคาดการณ์ภัยพิบัติ การสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ การทำแผนที่และภาพถ่ายทางอากาศที่อัปเดต สำหรับวางผังเมือง และ การใช้ประโยชน์ในองค์กรส่วนท้องถิ่น

ลองดูรอบบ้านเรา เมื่อเร็ว ๆ มีข่าวว่า เวียดนามเตรียมส่งดาวเทียมสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ ของตัวเอง สร้างเอง พัฒนาเอง โดยความช่วยเหลือทางเทคโนโลยีของญี่ปุ่นชื่อว่า Micro Dragon เป็นดาวเทียมขนาดเล็ก กว้าง 50 ยาว 50 สูง 50 เซนติเมตร พร้อมคุณสมบัติมีกล้องสำรวจสีของน้ำทะเล โดยก่อนหน้านี้ส่งขึ้นไปแล้ว 1 ดวงชื่อ Pico Dragon

และหากโครงการ Micro Dragon ประสบความสำเร็จ เวียดนามจะส่ง ดาวเทียมสำรวจที่พัฒนาเอง เพื่อใช้งานด้านการลดความเสี่ยงภัยพิบัติ และ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ชื่อว่า LOTUSat-1ขนาดหนัก 600 กิโลกรัม ขึ้นสู่อวกาศ

ทั้งหมดนี้ใช้งบประมาณไม่ถึง หมื่นล้านบาทแน่ ๆ

ถามดัง ๆ ว่าทหารมีเงินจะไปซื้อระบบดาวเทียมกว่า 9 หมื่นล้านของต่างประเทศ จะไม่ให้คิดถึง GT200 เรือเหาะ หรือ เฮลิคอปเตอร์ที่ยังบินไม่ขึ้นได้อย่างไร

ทำไมไม่เอางบประมาณนี้มาใช้พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศในประเทศ ปล่อยให้ภาคการศึกษา มหาวิทยาลัย สร้างดาวเทียมขนาดเล็ก (กว่าเวียดนาม) ไปอย่างตามมี ตามเกิด ไม่มาเหลียวแลต่อยอด ทั้งๆ ที่มีโอกาส รวมถึงศักยภาพที่จะทำได้ และมีความต้องการในการใช้งาน

หากภาครัฐไม่ส่งเสริม ลองเปิดให้เอกชนมาช่วยสนับสนุน และปลดล็อกเรื่องเทคโนโลยีการเดินอากาศ และอวกาศ แยกออกจากความมั่นคง ก็เป็นเรื่องที่น่าคิดไม่น้อย

_________

ข้อมูลจาก



ติดตามข่าวสารพร้อมเพื่อนๆ อีก 20,850+ คน


หมายเหตุ

เว็บไซต์ TheFutureWeWant.today เป็นเว็บไซต์ของแคมเปญ
The Future We Want ซึ่งเป็นศูนย์กลางการติดต่อ รับรู้ข้อมูลข่าวสาร และเปิดรับสมัครแนวร่วมที่ต้องการสร้างอนาคตใหม่ร่วมกัน

เว็บไซต์ของ พรรคอนาคตใหม่, การรับสมัครสมาชิกพรรค และนโยบายต่างๆ จะปรากฏเมื่อพรรคได้รับการอนุมัติในการจดจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว